วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (3 สิงหาคม พ.ศ. 2507 — ) นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย
ในอดีตนายอภิสิทธิ์เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร 6 สมัย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สคศ.) , สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป) และสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สกถ.)
นายอภิสิทธิ์ เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าเป็นนักการเมืองที่มีบุคลิกหน้าตาดี ได้รับสมญานาม จากสื่อมวลชนว่า "หล่อใหญ่" ซึ่งตั้งให้เข้าชุดกันกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นใหม่คนอื่นๆ เช่น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับสมญานามว่า "หล่อเล็ก" และ นายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นเจ้าของสมญานาม "หล่อโย่ง" เป็นต้น
หลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้ง เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.มากที่สุด และ นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเดียวในสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเงาตามรูปแบบ คณะรัฐมนตรีเงาที่มีในระบบเวสต์มินสเตอร์ของอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 โดยประกาศวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะและติดตามตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล

ประวัติการทำงาน

  • พ.ศ. 2530 - 2531 อาจารย์ประจำ (ยศร้อยตรี) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) เขาชะโงก จังหวัดนครนายก



  • พ.ศ. 2532 อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ



  • พ.ศ. 2533 - 2534 อาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพมหานคร


  • ประวัติทางการเมือง

    การดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    นายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นชีวิตการเมืองด้วยการเป็น อาสาสมัครช่วยหาเสียงให้กับ นายพิชัย รัตตกุล ในเขตคลองเตย ช่วงปิดภาคเรียนที่กลับมาเมืองไทย ต่อมาได้เข้าช่วยงานด้านวิชาการในเรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ให้กับ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็น ส.ส.กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2535 ขณะมีอายุได้เพียง 27 ปี ซึ่งนับว่าเป็น ส.ส. ที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น และเป็น ส.ส.เพียงคนเดียวของ พรรคประชาธิปัตย์ ในเขตกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ภาคกลาง ท่ามกลางกระแส "มหาจำลองฟีเวอร์" กับการเป็นนักการเมือง "หน้าใหม่" ที่เพิ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก
    สามารถลำดับการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ได้ดังนี้
    • พ.ศ. 2535
      • ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 6 (สาทร ยานนาวา บางคอแหลม) 2 สมัย (2535/1 และ 2535/2)
      • ได้รับการแต่งตั้งเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2535-2537)
    • พ.ศ. 2537 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง (รองนายกฯ ศุภชัย พานิชภักดิ์)
    • พ.ศ. 2538 ส.ส. เขต 5 (ดินแดง ห้วยขวาง พระโขนง คลองตัน)
      • ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร (พ.ศ. 2538-2539)
      • โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2538-2540)
    • พ.ศ. 2539 ส.ส. เขต 5 (ดินแดง ห้วยขวาง พระโขนง คลองตัน)
    • พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายกฯ ชวน หลีกภัย พ.ศ. 2540-2544)
      • กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
      • กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
      • กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
      • กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • พ.ศ. 2541 ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
    • พ.ศ. 2542 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2542-2548)
    • พ.ศ. 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2544-2548)
    • พ.ศ. 2548 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2548-2549)
      • ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน)
      • ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (28 เมษายน พ.ศ. 2548)
    • พ.ศ. 2551 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551)
    • พ.ศ. 2551 ได้รับการลงคะแนนเสียงจากสภาฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 (15 ธันวาคม พ.ศ. 2551)
     พรรคเพื่อไทย

    ประวัติตัวเองที่"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"... ไม่อยากอ่าน..แน่ๆ



            เคยมีคนถามนักธุรกิจร้อยล้านที่จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ว่าทำไมไม่ลงเล่นการเมืองเอง..
            คำตอบที่บ่งบอกถึง"เหตุผล"ที่เจ้าตัวไม่ลงเล่นการเมือง ง่าย สั้น และชัดเจนที่สุด นั่นคือ ..."ผมไม่อยากรู้จักประวัติตัวเองที่ไม่เคยรู้จากปากคนอื่น"
            แน่นอนว่านักการเมืองต้องพร้อมรับ"ข้อมูล"ทุกแบบจากสารทิศ ทั้งจากมิตรและศัตรู !!!
            ดังนั้น...หาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ..เลือกที่จะลงเล่นการเมืองในฐานะ"หัวหน้าพรรคใหม่"ในกรณีที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ ตามที่เป็นข่าวแบบการโยนก้อนหินถามทางโดย ส.ส.พรรคพลังประชาชน สิ่งที่เจ้าตัวจะต้อง"เตรียมพร้อม"ที่จะรับ(ฟัง)ก็คือ ประวัติตัวเองที่เจ้าตัวไม่เคยรู้และไม่คิดจะรู้...เพราะอาจจะเป็น"ความจริง"ที่ไม่อยากจะบอกใคร และอาจจะเป็น"ความเท็จ"ที่ไม่คิดว่าจะมีคนมาบอกให้ใครทราบ
            หากเป็นจริง น่าสนใจว่าผู้หญิงคนนี้จะทนได้จริงหรือไม่ ...หรือเธอพร้อมที่จะทำตามคำสั่งพี่ชาย !!!
            อย่าลืมว่า น้องสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 10 คน ในครอบครัว”ชินวัตร” คนนี้ มี"ประวัติ"ที่เจ้าตัว(คง)ไม่อยากเอ่ยถึงมากนัก นั่นคือเรื่อง"ครอบครัว" เพราะไม่ค่อยมีกี่คนที่"รู้"ว่าสามีของยิ่งลักษณ์คือใคร..ในเมื่อเจ้าตัวยังใช้นามสกุล"ชินวัตร"
            คำตอบก็คือ สามีของยิ่งลักษณ์ชื่อ อนุสรณ์ อมรฉัตร กรรมการผู้อำนวยการ เอ็มลิงค์ ฯ และทั้งคู่มีลูกชาย 1 คน
            “ลูกชายอายุหกขวบ ชื่อน้องไปค์ ชื่อจริงคือ ศุภเสกข์ แปลว่า นักปราชญ์ที่เก่งที่เลื่องลือ น้องไปค์ชอบเล่นฟุตบอล เคยเจอกับแคสเปอร์ ชไมเคิล (ผู้รักษาประตูจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของอังกฤษ) แล้วเขาให้ถุงมือผู้รักษาประตูพร้อมลายเซ็นให้กับน้องไปค์ ซึ่งเป็นของรักของหวงของน้องไปค์ที่เขาจะเก็บไว้” ยิ่งลักษณ์กล่าวในการให้สัมภาษณ์"ประชาชาติธุรกิจ"
            การไม่จดทะเบียนสมรส จึงจะเป็น"ประวัติ"อันโอชะทางการเมืองของ "มิตร" และ "ศัตรู" !!!
            สำหรับ"มิตร"...น้องไปค์ จะมีสภาพไม่ต่างจาก"ตัวประกัน"ในการ"ต่อรองตำแหน่ง" ซึ่งแน่นอนว่า การเป็น"แม่"ที่รักลูกผู้ชอบฟุตบอลถึงขั้นในบ้านขนาด 2,500 ตารางเมตร มี"สนามฟุตบอล"อยู่ในบ้าน ก็จะเริ่มถูกสืบเสาะค้นหาประวัติ เพื่อถูกนำมาเรียบเรียง(ใหม่)ที่มีสีสันมากกว่าแม่และลูกรู้
            ส่วน"ศัตรู"...แน่นอนว่า น้องไปค์ ..คือ"เหยื่อ"อันโอชะ !!!
            หากลงเล่นการเมืองเมื่อไร ประวัติคน 3 คน คือ ยิ่งลักษณ์-อนุสรณ์ -ศุภเสกข์ จะถูกเรียบเรียงขึ้นมาใหม่เป็น"นิยายรัก"ที่มีทั้งรักเต็มจอ รักรันทด หรือรักระหว่างรบ กระทั่งนิยายรักประเภท"ดอกฟ้ากับหมาวัด" จะถูกละเลงออกมาจนคนทั้ง 3 อาจจะตะลึงกับประวัติ(ตัวเอง)ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
            แค่ 3 ตัวละครว่า"สนุก"...ลองนึกถึงตัวละครที่ 4 ที่เป็น"มือที่3"ที่เข้ามาแทรก ก็คงรู้ว่าจะสนุกมากขึ้นแค่ไหน???
            ประวัติที่ไม่ได้เขียนเองและไม่เคยรู้มาก่อนนี่แหละ จะเป็นบทท้าทาย"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่าการเมืองเหมาะกับเธอจริงหรือไม่ เมื่อเป็นเรื่องที่เธอต้องพร้อม"รับรู้"...จากปากคนอื่น
            ทั้งปากมิตรและปากศัตรู !!!

    วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

    แกนนำพรรคเพื่อไทย

    พรรคเพื่อไทย
    ผู้นำ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ
    เลขาธิการ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
    โฆษก พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
    นโยบาย สานต่อนโยบายแก้ความยากจน ยาเสพติด ทุจริตคอรัปชั่น เดินหน้านโยบายใหม่ : ก้าวข้ามวิกฤติสู่สังคมสันติสุข : รับจำนำข้าวและออกบัตรเครดิตเกษตรกร : กองทุนตั้งตัวได้ คืนภาษีบ้านหลังแรก/รถคันแรก : พัฒนาโครงข่ายระบบราง : เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี/ค่าแรงขั้นต่ำ : ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาไทย - คอมพิวเตอร์ฟรี - อินเตอร์เน็ตฟรีในที่สาธารณะ เพิ่มกองทุน ICL : 1 อำเภอ 1 ทุนต่างประเทศ : สร้างเมกะโปรเจ็คท์กระตุ้นเศรษฐกิจ - ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพ/ภาคกลาง - พัฒนาระบบน้ำทั้งประเทศ - สะพานเชื่อมเศรษฐกิจภาคใต้[1]
    คำขวัญ ขอคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน... อีกครั้ง
    ก่อตั้ง 20 กันยายน พ.ศ. 2550 (3 ปี)
    สำนักงานใหญ่ 1770 อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
    สีของพรรค สีน้ำเงินและสีแดง
    เว็บไซต์
    www.ptp.or.th
    การเมืองไทย
    รายชื่อพรรคการเมือง
    การเลือกตั้ง
    ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย
    บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
    วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548-2554
    การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย
    พรรคเพื่อไทย (ย่อว่า: พท.) จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยมี นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และ นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก
    สำนักงานใหญ่ของพรรค ตั้งอยู่ที่ 1770 อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10310 ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน (ย้ายมาจากอาคารนวสร ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร และ 626 อาคาร บีบีดี บิลดิง ซอยจินดาถวิล ถนนพระรามที่ 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500) และสำนักงานสาขาพรรคแห่งแรก ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นสาขาพรรคพลังประชาชนเดิม[2]

    เนื้อหา

    [ซ่อน]

    ประวัติ

    ยุค ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นหัวหน้าพรรค

    ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551 มีมติให้ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นหัวหน้าพรรค นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เป็นเลขาธิการพรรค นายศักดา นพสิทธิ์ เป็นโฆษกพรรค และ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ เป็นผู้อำนวยการพรรค[3][4][5]
    ต่อมา เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ดร.สุชาติได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้ บุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมืองจำนวนมาก ได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ตนจึงต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เหมาะสม เข้ารับตำแหน่งต่อไป นอกจากนี้ ตนก็ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ส่วนจะรับตำแหน่งอื่นภายในพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิก[6]

    อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนเข้าร่วมพรรค

    ดูบทความหลักที่ คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551
    หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมแล้ว ส.ส.และสมาชิกพรรคเกือบทั้งหมดได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย[7] ยกเว้นกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งภายหลังย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยในการยุบพรรคการเมืองครั้งนี้ได้ส่งผลให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย

    ยุคนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค

    จากนั้น เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 4/2551 ของพรรคขึ้น ที่อาคารที่ทำการพรรค โดยมีวาระสำคัญคือ การลงมติเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยในส่วนหัวหน้าพรรค มีการเสนอชื่อ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รักษาการรองหัวหน้าพรรค เพียงรายชื่อเดียว นายยงยุทธจึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปอย่างไม่มีคู่แข่ง ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ที่ประชุมมีมติให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค[8]

    บทบาทในรัฐสภา

    การสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายกรัฐมนตรี

    เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าผู้ที่ ส.ส. หารือกันว่าผู้ที่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ประกอบด้วย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.สาธารณสุข และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการ รมว.คมนาคม โดยผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและสร้างความสามัคคีให้คืนมา[9] แต่ต่อมาที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ได้มีมติสนับสนุนแนวคิดของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่ เสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ มีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ [10] โดยพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ตอบรับที่จะให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี [11]
    การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกลงมติเลือก จำนวน 2 คน โดย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 6 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 5 และหัวหน้าพรรคประชาราช เสนอชื่อ พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 3 ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียง 235 เสียง ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา ได้รับคะแนน 198 เสียง และ งดออกเสียง 3 เสียง โดย พล.ต.อ.ประชา ลงมติสนับสนุนตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ลงมติสวนมติพรรคสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ งดออกเสียง ภายหลังการลงมติ พล.ต.อ.ประชา เดินเข้ามาจับมือนายอภิสิทธิ์แสดงความยินดีด้วย[12]

    การเลือกตั้ง

    การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

    พรรคเพื่อไทยมีมติส่ง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ นายยุรนันท์ได้รับหมายเลข 10[13][14] โดยผลการเลือกตั้งนายยุรนันท์ได้รับ 611,669 คะแนน เป็นอันดับที่ 2[15]

    การเลือกตั้งซ่อม 29 ที่นั่งทั่วประเทศ

    นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างไม่เป็นทางการ 29 คน ใน 22 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง พบว่าพรรคร่วมรัฐบาลสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้เพิ่มอีก 20 เขต ขณะที่พรรคฝ่ายค้านได้ไปเพียง 9 เขต ทั้งนี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก 7 คน, พรรคชาติไทยพัฒนาได้รับเลือก 10 คน, พรรคเพื่อไทยได้รับเลือก 5 คน, พรรคประชาราชได้รับเลือก 4 คน และพรรคเพื่อแผ่นดินได้รับเลือก 3 คน[16]
    ส.ส.ของพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง
    ลำดับ รายนาม เขตเลือกตั้ง คะแนน
    1 ปิยะรัช หมื่นแสน จังหวัดร้อยเอ็ด เขต 2 116,241 คะแนน
    2 สุริยา พรหมดี จังหวัดนครพนม เขต 1 48,083 คะแนน
    3 ขจิตร ชัยนิคม จังหวัดมหาสารคาม เขต 1 83,251 คะแนน
    4 เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ จังหวัดอุดรธานี เขต 2 86,763 คะแนน
    5 สมโภช สายเทพ จังหวัดลำปาง เขต 1 109,546 คะแนน

    การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนครและศรีสะเกษ

    จังหวัดสกลนคร

    นางอนุรักษ์ บุญศล พรรคเพื่อไทย ได้ 103,277 คะแนน เอาชนะนายพิทักษ์ จันทรศรี พรรคภูมิใจไทย ได้ 47,300 คะแนน

    จังหวัดศรีสะเกษ

    นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 124,327 คะแนน เอาชนะนางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 76,435 คะแนน

    การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครม.อภิสิทธิ์ 1

    พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ยังมีมติเสนอชื่อ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแทน[17] โดยรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีและถอดถอน 5 คนคือ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เพราะพบประเด็นการบริหารที่ผิดพลาดและทุจริตประพฤติมิชอบ [18]

    หัวหน้าพรรค

    ลำดับ รูป รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ ตำแหน่งสำคัญ
    1
    บัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 20 กันยายน พ.ศ. 2551
    2 Suchart.jpg ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
    (8 สิงหาคม พ.ศ. 2495 — )
    21 กันยายน พ.ศ. 2551 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
    • อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
    3 Yongyuth Wichaidit.jpg ยงยุทธ วิชัยดิษฐ
    (15 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 — )
    7 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน • อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • อดีตอธิบดีกรมที่ดิน
    • อดีตประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง
    • อดีตประธานกรรมการการประปานครหลวง
    • อดีตประธานกรรมการตรวจสอบของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

    เลขาธิการพรรค

    ลำดับ รูป รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ ตำแหน่งสำคัญ
    1
    โอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 20 กันยายน พ.ศ. 2551
    2
    (1,2)
    Sunee.jpg สุณีย์ เหลืองวิจิตร
    (27 สิงหาคม พ.ศ. 2502 — )
    21 กันยายน พ.ศ. 2551 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
    7 ธันวาคม พ.ศ. 2551 14 กันยายน พ.ศ. 2553
    3 Supon F.jpg สุพล ฟองงาม
    (5 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 — )
    15 กันยายน พ.ศ. 2553 20 เมษายน พ.ศ. 2554 • อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    4 จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ.jpg จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
    (15 สิงหาคม พ.ศ. 2489 — )
    3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปัจจุบัน • อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงาน
    • อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    คณะกรรมการบริหารพรรค

    ชุดที่ 4 (15 กันยายน พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน)

    ลำดับ รายนาม ตำแหน่ง
    1 ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค
    2 พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรค
    3 ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค
    4 ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    5 กิติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    6 พล.ท.มะ โพธิ์งาม รองหัวหน้าพรรค
    7 วิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    8 สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    9 ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    10 วิทยา บุรณศิริ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    11 สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    12 พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    13 จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค
    14 คณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    15 พงศกร อรรณนพพร รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    16 สุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    17 ชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    18 ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    19 พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค
    20 วัฒนา เตียงกูล นายทะเบียนพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
    21 วรวีร์ มะกูดี กรรมการบริหารพรรค

    ชุดที่ 3 (7 ธันวาคม พ.ศ. 2551 - 9 กันยายน พ.ศ. 2553)

    คณะกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 3
    ลำดับ รายนาม ตำแหน่ง
    1 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค
    2 นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรค
    3 ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรค
    4 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค
    5 นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค
    6 นายสง่า ธนสงวนวงศ์ รองเลขาธิการพรรค
    7 นางทัสน์วรรณ มุสิกบุญเลิศ เหรัญญิกพรรค
    8 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค
    9 นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา รองโฆษกพรรค
    10 น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองโฆษกพรรค
    11 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองโฆษกพรรค
    12 นางฐิติมา ฉายแสง รองโฆษกพรรค
    13 นายสุชาติ ลายน้ำเงิน รองโฆษกพรรค
    14 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช รองโฆษกพรรค
    15 นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ รองโฆษกพรรค
    16 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค
    17 นายพิทยา พุกมาน รองโฆษกพรรค
    18 นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรค
    19 นายวรวีร์ มะกูดี กรรมการบริหารพรรค
    20 นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ กรรมการบริหารพรรค
    21 นายเอกธนัช อินทร์รอด กรรมการบริหารพรรค
    ลำดับที่ 10-17 แต่งตั้งเพิ่มเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    ชุดที่ 2 (21 กันยายน พ.ศ. 2551 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551)

    คณะกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 2
    ลำดับ รายนาม ตำแหน่ง
    1 ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช หัวหน้าพรรค
    2 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองหัวหน้าพรรค
    3 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค
    4 นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค
    5 นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองเลขาธิการพรรค
    6 นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค
    7 นายศักดา นพสิทธิ์ โฆษกพรรค
    8 นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรค
    9 นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ กรรมการบริหารพรรค
    10 นายวิมล จันทร์จิราวุฒิกุล กรรมการบริหารพรรค
    11 นายไมตรี อรรถปรียางกูร กรรมการบริหารพรรค
    12 นายเอกธนัช อินทร์รอด กรรมการบริหารพรรค
    13 นายสง่า ธนสงวนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค

    ชุดที่ 1 (20 กันยายน พ.ศ. 2550 - 20 กันยายน พ.ศ. 2551)

    ลำดับ รายนาม ตำแหน่ง
    1 นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ หัวหน้าพรรค
    2 นายบุญสิน เสริญวงศ์สัตย์ รองหัวหน้าพรรค
    3 นายคณิศร สมมะลวน รองหัวหน้าพรรค
    4 นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ เลขาธิการพรรค
    5 นายสามชาย ศรีสันต์ รองเลขาธิการพรรค
    6 นายกฤษฎา แรงสูงเนิน รองเลขาธิการพรรค
    7 นายธีระวุฒิ สัมมาทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค
    8 นางอัมพร ก้อนทอง เหรัญญิกพรรค
    9 นายเจษฎา แรงสูงเนิน โฆษกพรรค
    10 นางกนิษฐา สัตยะยุกต์ กรรมการบริหารพรรค
    11 นายปราโมทย์ คงประเสริฐ กรรมการบริหารพรรค
    12 นายพิเชฐ เพิ่งพิศ กรรมการบริหารพรรค
    13 นายพิสิฐ กอเกียรติธำรง กรรมการบริหารพรรค
    14 นายสิครินทร์ จันทรศร กรรมการบริหารพรรค
    15 นายกฤษดา ทองกลั่น กรรมการบริหารพรรค
    16 นางสาวจันจิรา จำปาทอง กรรมการบริหารพรรค
    ตราสัญลักษณ์เดิมของพรรคเพื่อไทย
    (ก่อนการเข้าร่วมของอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน)

    สัญลักษณ์ของพรรค

    เครื่องหมายพรรคมีคำอธิบายว่า "การรู้รักสามัคคีและรวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ" ขณะที่ภาพเครื่องหมายพรรค ภายใต้รูปสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรไทย "" สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินกับแดง ล้อมด้วยกรอบสี่เหลี่ยมเส้นสีน้ำเงินและแดง โดยตัว "" สีขาว หมายถึง การรู้รักสามัคคีและรวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ สีน้ำเงินกับสีแดง (พื้น) หมายถึง ความมุ่งมั่นรวมเอาคนไทยจากทุกภาคส่วนมาระดมสติปัญญา[ต้องการอ้างอิง]
    การออกแบบสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับสัญลักษณ์ของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ด้วยการใช้สีของธงไตรรงค์ และอักษร "" ที่คล้ายกับสัญลักษณ์พรรคพลังประชาชน และอักษร "" ในสัญลักษณ์พรรคไทยรักไทย ทั้งนี้เพื่อสื่อสารให้กับผู้ชมทราบว่าพรรคเพื่อไทยเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน[ต้องการอ้างอิง]

    การลาออกของสมาชิกคนสำคัญ

    ในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งและ สมาชิกพรรค หลังจากมีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาพอสมควร ซึ่งคนใกล้ชิดของ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าสาเหตุเนื่องจาก พล.อ.ชวลิตไม่พอใจในบทบาทที่สมาชิกพรรคบางคนที่เป็นแกนนำของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยและพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ทางกองทัพเกิดปฏิกิริยาตอบกลับในเรื่องนี้ทันที[19][20] ซึ่งหลังจากการลาออกของ พล.อ.ชวลิตแล้ว ก็ได้มีสมาชิกพรรคอีกหลายคนได้ทยอยลาออกตามมาหรือสละตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค อาทิ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก[21] หรือ นายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคที่ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค [22]

    ดูเพิ่ม

    อ้างอิง

    1. ^ รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนโยบายของพรรคการเมืองจากเว็บไซต์ สำนักงาน กกต. สืบค้นวันที่ 3 มิถุนายน 2554
    2. ^ พปช.สาขาพิจิตร เปลี่ยนเป็น พรรคเพื่อไทย แล้ว จากหน้าข่าวเอ็มไทยดอตคอม
    3. ^ สุชาตินั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จากสำนักข่าวไทย
    4. ^ มติเป็นเอกฉันท์โหวตหนุน “สุชาติ” นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จากกลุ่มสื่อประชาชน
    5. ^ สุชาติ คว้าเก้าอี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จากหน้าข่าวกระปุกดอตคอม
    6. ^ สุชาติ ลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว จากหน้าข่าวสนุกดอตคอม
    7. ^ พลิกปูม3พรรคการเมือง “รังใหม่” 245 ส.ส.“พลังประชาชน-ชาติไทย-มัชฌิมา” แตกทัพแห่ซบหลังโดนยุบ จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
    8. ^ “ยงยุทธ” นั่งหัวหน้า “พท.” เก็บ “ยิ่งลักษณ์” จากมติชนรายวัน
    9. ^ เฉลิม-มิ่งขวัญ ชิงนายกฯใหม่ เพื่อนเนวิน ถกหานายกฯวันนี้
    10. ^ เพื่อไทยพลิกเกมสู้ตั้ง"เสนาะ" ดึง 5 พรรคชู"รบ.เพื่อชาติ" เสนอภารกิจ1ปียุบสภา คุยมี ส.ส.244เสียง
    11. ^ พ.อ.อภิวันท์ เผย พล.ต.อ.ประชา ตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรี
    12. ^ ด่วน !! "อภิสิทธิ์" ได้รับโหวตนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 27
    13. ^ ยุรนันท์ สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 10
    14. ^ เพื่อไทยส่ง ยุรนันท์ ลุยศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.
    15. ^ ซิวเก้าอี้-ผู้ว่าฯกทม. "สุขุมพันธุ์" ชนะขาด"แซม-ปลื้ม"!
    16. ^ ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ
    17. ^ พรรคเพื่อไทยมีมติส่งเฉลิมชิงเก้าอี้นายกฯ เดินยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ
    18. ^ เพื่อไทยมีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ5รมต.
    19. ^ 'บูรพาพยัคฆ์'พรึ่บ!!แสดงพลังป้องสถาบันย้ำความจงรักภักดีอยู่ในสายเลือด จากประชาทรรศน์
    20. ^ ทหารรักษาพระองค์ประกาศกร้าว หนุนผบ.ทบ.ร่วมปกป้องสถาบัน จากประชาทรรศน์
    21. ^ พท.ผวาถูกยุบ!ตั้ง'เพื่อธรรม'สำรอง'ตท.9'เผ่นตาม'บิ๊กจิ๋ว' จากประชาทรรศน์
    22. ^ “สุพล ฟองงาม”ลาออกเลขาฯ“เพื่อไทย” จากคมชัดลึก

    แหล่งข้อมูลอื่น